6 นวัตกรรมที่ Silicon Valley กำลังจะเปลี่ยนวงการตา

Doctor Peter A. Karth, MD, MBA จักษุแพทย์จาก Stanford และแพทย์ที่ปรึกษา Tech Company หลายบริษัท รวมทั้ง Google และ Apple ได้เขียนบทความลงในเว็บไซท์ของ American Academy of Ophthalmology ว่าตอนนี้ บริษัทใน Silicon Valley ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google หรือ startups หลายๆบริษัท ต่างก็กำลังให้ความสนใจกับตลาดการแพทย์และสุขภาพกันเป็นอย่างมาก และอาจจะอีกไม่นานนัก ที่นวัตกรรม 6 อย่างนี้ จะเปลี่ยนวงการจักษุแพทย์ไปอย่างสิ้นเชิง

มาดูกันค่ะว่า นวัตกรรม 6 อย่างที่ Dr.Karth พูดถึงมีอะไรบ้าง

1. คอนแทคเลนส์ที่สามารถวัดระดับน้ำตาลได้

คอนแทคเลนส์ที่สามารถวัดระดับน้ำตาลได้จากน้ำตากำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาโดยบริษัทลูกของ Google ที่มีชื่อว่า Verily ซึ่งถ้าสามารถนำมาใช้ได้จริงเมื่อไหร่ ก็คงจะปฏิวัติแนวทางการดูแลรักษาคนไข้เบาหวานไปอย่างมากเลยทีเดียว

2. AI (Artificial Intelligence) ที่สามารถตรวจและวินิจฉัยโรคตาได้

Google กำลังพัฒนาเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยี AI ที่สามารถเรียนรู้ และตรวจวินิจฉัยโรคจอประสาทตาได้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ดูเหมือนจะให้ผลเป็นที่น่าพอใจ

และ Verily เจ้าเดิมก็กำลังตกลงทำความร่วมมือกับ Nikon ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการถ่ายภาพจอประสาทตา ที่สามารถถ่ายภาพได้เห็นมุมที่กว้างมากกว่าอุปกรณ์แบบเดิมๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นได้ดีขึ้น

3. เครื่องมือถ่ายภาพขั้วประสาทตาและจุดรับภาพ ด้วยสมาร์ทโฟน

D-EYE เป็นอุปกรณ์ราคาไม่แพง ที่สามารถนำมาใช้ถ่ายภาพขั้วประสาทตาและจุดรับภาพได้ โดยไม่ต้องขยายม่านตา

Paxos Scope รวมทั้งอุปกรณ์ลักษณะเดียวกันอีกหลายชนิด ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพจอประสาทตาได้ในราคาที่ไม่แพงเช่นกัน แต่ยังต้องอาศัยการขยายม่านตาอยู่

4. การวัดสายตาและสั่งซื้อคอนแทคเลนส์ผ่าน app

Simple Contacts เป็นบริษัทที่ให้บริการสั่งซื้อคอนแทคเลนส์ online โดยผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ สามารถที่จะวัดสายตาด้วยตัวเองอย่างง่ายๆได้ที่บ้านผ่าน app และ website หลังจากนั้นก็จะมีจักษุแพทย์มาตรวจสอบผลให้แน่ใจอีกที ก่อนที่จะสั่งคอนแทคเลนส์ส่งไปให้ถึงบ้าน

5. การทำให้ชุมชนออนไลน์สามารถร่วมกันช่วยเหลือคนที่มีปัญหาเรื่องการมองเห็น (Crowdsourced low vision support )

Aira เป็นบริษัทที่พยายามจะเชื่อมโยงอาสาสมัครที่ต้องการจะช่วยเหลือคนที่มีปัญหาด้านการมองเห็น ด้วยการใช้เทคโนโลยีลักษณะเดียวกับ Google Glass ก็คือให้คนไข้ที่มีปัญหาการมองเห็น สวมแว่นตาที่มีกล้องส่งภาพไปให้กลุ่มอาสาสมัครที่พร้อมจะให้คำแนะนำคนไข้ได้ในทันทีแบบ real time

ในขณะเดียวกัน ก็มีบริษัทอื่นๆที่กำลังพัฒนาอุปกรณ์ลักษณะคล้ายๆกัน แต่ว่าจะใช้ AI แทน

6. การใช้ virtual reality และ augmented reality ช่วยแก้ปัญหาด้านสายตา

Virtual reality คือการสร้างภาพจำลองขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยใช้อุปกรณ์สวมศีรษะที่เหมือนแว่นที่มีจอจำลองภาพอยู่ด้านใน ทำให้คนที่ใส่รู้สึกเหมือนกับได้เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงนั้น

ส่วน augmented reality คือสร้างภาพจำลองขึ้นมาทับลงไปบนภาพจริงอีกที คล้ายๆกับในเกมส์ Pokemon Go

Vivid Vision กำลังพัฒนาการใช้ virtual reality ในการรักษาโรคตาขี้เกียจ

ส่วน iOptik กำลังพัฒนา smart contact lens และอีกหลายบริษัท กำลังพัฒนาแว่นตาที่ใช้เทคโนโลยี augmented reality อยู่

ดูเหมือนว่าอีกไม่นานนัก เราน่าจะมีโอกาสได้เห็นนวัตกรรมเหล่านี้ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการตรวจรักษาคนไข้โรคตา หรือช่วยเหลือให้ความสะดวกกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นค่ะ

หมอแนน

รศ.พญ.มัญชิมา มะกรวัฒนะ

Source / Photo Credit:

https://www.aao.org/young-ophthalmologists/yo-info/article/6-ways-silicon-valley-is-changing-eye-care

https://www.digisight.net

#เทคโนโลยการแพทย

บทความที่เกี่ยวข้อง