เลนส์แก้วตาเทียมโฟกัส 3 ระยะ รักษาต้อกระจกให้หายได้


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับ 23,740 วันที่ 12 ต.ค. 2557

การรักษาต้อกระจกด้วยการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมได้รับการยอมรับว่าเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสามารถคืนสายตาที่ฝ้าฟางขุ่นมัวของ ผู้ป่วยให้กลับมาแจ่มใสชัดเจนอีกครั้ง เลนส์แก้วตา เทียมได้มีการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพขนาดที่สามารถใช้งานทดแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

รศ.พญ.มัญชิมา มะกรวัฒนะ หัวหน้าหน่วยต้อหิน ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันนวัตกรรมเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาได้พัฒนาไปมาก สามารถตอบรับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมไม่เพียงแต่ได้รับการรักษาต้อกระจกเท่านั้น แต่ยังสามารถแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียงที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดได้อีกด้วย การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันนั้นถือเป็นการผ่าตัดเล็กใช้เวลาเพียง 5-7 นาทีเท่านั้น ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพักในโรงพยาบาล แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ซึ่งเทียบได้กับปลายส้อมรับประทานอาหาร แผลปิดสนิทได้โดยไม่ต้องเย็บปิดแผล สามารถใช้สายตาได้เลยหลังผ่าตัด ไม่ต้องปิดตาเป็นเวลานานเหมือนสมัยก่อน จึงทำให้การรักษาต้อกระจกควบคู่ไปกับภาวะสายตาสั้น ยาว เอียง โดยการผ่าตัดนั้นได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"เลนส์แก้วตาเทียมที่มีให้เลือกใช้ในการรักษาต้อกระจกโดยทั่วไปนั้น มีตั้งแต่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดมาตรฐานหรือชัดระยะเดียว (Standard monofocal IOL) ให้การมองไกลที่ชัดเจน แต่ต้องอาศัยแว่นตาช่วยในการมองระยะใกล้ เช่น ในขณะอ่านหนังสือ และเลนส์แบบมองชัดหลายระยะ หรือ Multifocal IOL เดิมทีเป็นเลนส์แบบชัด 2 ระยะ หรือ Bifocal IOL มองเห็นชัดเพียงแค่ 2 ระยะ คือใกล้และไกลเท่านั้น และนวัตกรรมล่าสุดคือการพัฒนาเลนส์แบบมองชัด 3 ระยะ หรือ Trifocal IOL ที่ทำให้ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนเลนส์มองเห็นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา เป็นการเพิ่มระยะมองชัดตรงกลางเข้ามา ระยะมองชัดตรงกลาง เช่น ระยะในการมองจานข้าวจากการนั่งโต๊ะรับประทานอาหาร การแต่งหน้า และการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น"

ด้าน ดร.เดเมี่ยน กาติเนล หัวหน้าหน่วยจักษุศัลยกรรม มูลนิธิรอธ์สไชด์แห่งยุโรปหนึ่งในทีมผู้คิดค้นพัฒนา เลนส์แบบมองชัด 3 ระยะ Trifocal IOL กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดครั้งแรกในโลกของเลนส์ มองชัด 3 ระยะ Trifocal IOL นี้ จะทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด สามารถกลับมามีอิสระในการมองเห็นได้ทุกระยะ โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตา ไม่ว่าจะขับรถ อ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ และสมารท์โฟน เป็นเลนส์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน เลนส์แบบมองชัด 2 ระยะ ผิวของเลนส์เคลือบด้วยสีเหลืองอ่อน ที่ออกแบบมาเพื่อให้กรองแสงสีฟ้าที่มีอยู่ในแสงแดดหรือแสงจาก LED เช่นหน้าจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา มีผิวเลนส์ที่ไม่เรียบออกแบบเป็นวงกลมซ้อนเป็นชั้น ๆ ช่วยในการปรับระยะโฟกัสของเลนส์ตาให้เห็นชัดในระยะกลางเพิ่มขึ้น ซึ่งแตกต่างจากเลนส์แบบมองชัด 2 ระยะ ที่มีผิวเรียบจึงทำให้มองเห็นชัดเพียง 2 ระยะเท่านั้น

Trifocal lens ยังเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาสั้นมากกว่า 1500 ไดออปเตอร์ ในการเปลี่ยนเลนส์กระจกตาได้ เนื่องจากการทำเลสิกจะไม่คุ้มแม้จะไม่เป็นโรคต้อกระจกก็ตาม Trifocal เลนส์เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นที่ยอมรับเนื่องจากวิธีการผ่าตัดปลอดภัยและทันสมัยมากขึ้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ผู้ที่ต้องการมีสายตาปกติโดยที่ไม่ต้องพึ่งแว่นตา

"ผู้ป่วยต้อกระจกที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม จะต้องได้รับการวินิจฉัยโดยละเอียดจากจักษุแพทย์ ถึงภาวะความเป็นไปได้ในการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ โดยในบางสภาวะผู้ป่วยก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผู้ป่วยจะต้องไม่มีสภาวะโรคต้อหินหรือโรคทางดวงตาใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อวิสัยทัศน์การมองเห็น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องวินิจฉัยอาการผู้ป่วยก่อนจะทำการผ่าตัด เพราะว่าถ้าผู้ป่วยประสบกับปัญหาเหล่านี้ การปลูกฝังเลนส์ใหม่จะไม่คุ้มค่า และผลตอบสนองอาจไม่พึงพอใจ ดังนั้นเราอาจแนะนำให้เปลี่ยนเลนส์ปกติแทน นอกจากนี้เรายังอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึง multi-focal IOL ในหลักพื้นฐานว่าอาจจะประสบกับการมองเห็นรัศมีรอบ ๆ หลอดไฟใน เวลากลางคืน"

ปัจจุบันผู้ป่วยที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมแบบมองชัด 3 ระยะ สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลนครพนม ซึ่งราคาค่ารักษาและการผ่าตัดโดยประมาณจะอยู่ที่ 49,000-90,000 บาทต่อข้าง โดยผู้ป่วยที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงจะต้องจ่ายเพิ่มอีกข้างละ 30,000 บาท โดยประมาณ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่เปลี่ยนเลนส์ แบบมองชัดระยะเดียว หรือมองชัด 2 ระยะแล้ว ดูจะเป็นราคาที่คุ้มค่ากว่า เมื่อผู้ป่วยสามารถมีสายตาที่กลับมามองเห็นชัดเป็นปกติ มีอิสระในการใช้ชีวิตที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแว่นสายตา

ต้อกระจกคือ ภาวะเลนส์แก้วตามีความขุ่นเกิดขึ้น ส่วนมากแล้วเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติที่ขาดความสมดุลของโปรตีนในเลนส์แก้วตา เมื่ออายุมากขึ้นความใสของเลนส์แก้วตาจะลดลงทำให้การมองเห็นลดลงเรื่อยๆ เกิดตาพร่ามัวหรือภาพซ้อนถ้าทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่สมควรอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลามกลายเป็นต้อหินเฉียบพลัน หรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือตาบอดในที่สุด โดยปกติพบในผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 55-65 ปีขึ้นไป

ส่วนในกรณีนอกเหนือจากการเสื่อมตามธรรมชาติ มักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอาการเกี่ยวเนื่องกับประสาทตา ผู้ป่วยที่ต้องมีการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ การโดนรังสีจากการทำคีโมก็สามารถทำให้เกิดโรคต้อกระจก นอกจากนั้นการใช้ชีวิตที่สัมผัสกับแสงยูวีมาก ๆ ก็ทำให้เลนส์แก้วตาเสื่อมเร็วขึ้น

ดังนั้นเมื่อดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของเรา เราจึงควรดูแลป้องกัน หรือชะลอการเสื่อมให้ช้าที่สุด การดูแลและรักษาดวงตาเพื่อป้องกันการเกิดต้อกระจก ด้วยการใส่แว่นกันแดดป้องกันแสง UV แว่นตาควรมีค่ากรองแสง UV protection 400 หลีกเลี่ยงแสงแดด จ้า ๆ นอกจากนี้มีงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบว่าการรับประทานวิตามิน C และ E จะช่วยชะลอกระบวนการที่ทำให้เลนส์ขุ่นขึ้นเกิดช้าลง

ประเทศไทยพบในผู้ป่วยที่มีอายุ 45-50 ปี เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สัดส่วนปัจจุบันไทยมีประชากร 65 ล้านคน โดยมีอายุมากกว่า 65 ปีอยู่ 14% หรือ 9 ล้านคน เทียบเท่ากับประชากร 1 ใน 6 ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสเป็นต้อกระจก ขณะที่ในแต่ละปีมีผู้รับบริการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมในประเทศไทยมากว่า 200,000 ราย

#ตอกระจก

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อบทความ  

No tags yet.

หมวดหมู่บทความ